หนังใหม่: ซาบริน่า Chilling Adventure of Sabrina SS1-2 แม่มดสาวสายดาร์ก 18+ Sabrina Chilling Adventure of Sabrina Netflix หรือ แม่มดสาว ซาบริน่า ss1-2 รีวิว+สปอยล์ เสมือนเป็น แฮรี่พอตเตอร์ เวอร์ชั่นผู้หญิงวัยรุ่น แต่เล่าเรื่องโคตรดาร์ก 18+ ตีแผ่สังคมด้านมืดอย่างถึงแก่น กับเนื้อหาในแบบ Coming of Age ที่วัยรุ่นต้องเผชิญหน้ากับสิ่งโหดร้ายก่อนจะเป็นผู้ใหญ่

บางคนอาจคุ้นเคยกับชื่อของ “ซาบริน่า” Sabrina the teenage Witch ตัวละครแม่มดสาววัยรุ่นไฮสคูล จากซีรีส์ฝรั่งชื่อดังในยุค 90 ที่ครั้งหนึ่งเคยนำมาฉายในประเทศไทยแล้วก็มีชื่อเสียงพอสมควร ส่วนต้นฉบับมาจากการ์ตูนคอมิคเรื่องดังในชื่อเดียวกัน โดยนิตยสาร Archie book

สำหรับ Chilling Adventure Sabrina ที่ฉายใน Netflix ครั้งนี้ นำแสดงโดย Kiernan Shipka นักแสดงสาววัย 20 ปี ในบทแม่มดสาว ซาบริน่า ซึ่งเธอเคยมีบทบาทเด่นในซีรีส์เรื่องดังอย่าง Mad Men

โดยครั้งนี้เป็นการกลับมารีเมคทำใหม่ที่ตั้งใจตีความและเล่าเรื่องในแบบโคตรดาร์ก ดิบ เถื่อน 18+ พร้อมกับการนำเสนอประเด็นละเอียดอ่อนและรุนแรงในแบบที่จงใจจิกกัดและสะท้อนสังคมจริงของโลกไปด้วย ซึ่งเล่นแม้กระทั่งประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศและความรุนแรงกับเด็กและในครอบครัว เรื่องนี้ก็ยังกล้าเล่นด้วย

ซึ่งอันที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีต้นฉบับคอมิคในชื่อเดียวกันของซีรีส์ซาบรีน่า ที่ทำเล่าเรื่องในมุมดาร์กและมืดหม่นมาก่อน ซีรีส์ชุดนี้จึงเป็นการนำคอมิคมาดัดแปลงอีกทีหนึ่ง

ซาบริน่า Chilling Adventure of Sabrina เรื่องย่อ

เรื่องราวเล่าถึงชุมชนในกรีนเดล สถานที่ซึ่งยังคมีกลิ่นอายของความดำมืดด้วยเวทย์มนต์ดำจากโลกยุคโบราณ เมื่อสาวน้อย ซาบริน่า ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นลูกครึ่ง พ่อมดและมนุษย์ กำลังมีอายุใกล้ครบ 16 ปี เธอมีพร้อมทั้ง แฟนหนุ่มที่รัก เพื่อนๆที่ดี ป้าสองคนที่เลี้ยงดูเธอมาด้วยความรักและเคร่งครัด กับลูกพี่ลูกน้องที่เข้าอกเข้าใจแทบทุกอย่าง

แต่แล้วเธอก็ถึงวัยที่จำเป็นจะต้องเลือกระหว่างการใช้ชีวิตมนุษย์และแม่มด ซึ่งเธอถูกบีบให้จำเป็นต้องเลือกเส้นทางการเป็นแม่มด ที่จะทำให้เธอได้รับอำนาจเวทย์มนต์อันล้ำลึก แต่เธอก็จะต้องตัดขาดจากสังคมมนุษย์ และต้องถวายตัวต่อ “ดาร์กลอร์ด” เจ้าแห่งความมืดและปีศาจทั้งมวล

ซาบรีน่าถูกบังคับให้จำเป็นต้องเลือกเส้นทางของแม่มด แต่แล้วเธอก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า แท้จริงแล้วมันคือทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ นี่จึงนำไปสู่การลุกขึ้นมาต่อต้านดาร์กลอร์ดที่ทรงอำนาจและบริวารและมีอำนาจเวทย์มนต์ยิ่งใหญ่ ในขณะที่ซาบรีน่าเลือกที่จะใช้สติปัญญาเพื่อเข้าต่อกรการเข้าครอบงำวิญญาณของเธอให้จงได้

ซาบริน่า สเปลแมน สาวน้อยลูกครึ่งพ่อมดและมนุษย์ เป็นเด็กสาวที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ กล้าแสดงออก รักความยุติธรรม เธอรู้ตัวว่าตนเองเป็นลูกครึ่งของพ่อที่เป็นพ่อมดและแม่ที่เป็นมนุษย์ แต่ทั้งสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก เธอจึงมาอยู่ในการเลี้ยงดูของป้าสองคนคือ เซลด้าและฮิลด้า เธอจึงเติบโตโดยใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์มานานเกือบ 16 ปี

กระทั่งวันหนึ่ง หลวงพ่อแบล็กวูดที่เป็นพระราชาคณะของโบสถ์แห่งราตรีก็เข้ามาแจ้งว่า เธอถึงอายุที่จะต้องเข้าร่วมพิธีกรรมเพื่อเซ็นชื่อลงในหนังสือสัญญา เพื่อที่จะถวายตัวเองต่อดาร์กลอร์ด แลกกับพลังอำนาจในฐานะแม่มดเต็มตัวที่จะทำให้เธอมีชีวิตยาวนานและทรงอำนาจ แต่ก็ต้องแลกมากับการต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในสังคมของแม่มดและพ่อมด ต้องไม่ข้อเกี่ยวกับสังคมมนุษย์อีก รวมถึงต้องเป็นผู้รับใช้ของดาร์กลอร์ดตลอดไป

ซึ่งแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่เหล่าแม่มดและพ่อมดส่วนมากรู้สึกเป็นเกียรติก็ตาม แต่ตัวซาบริน่ากลับตั้งคำถามและรู้สึกถึงความผิดปกติของการลงนามในสัญญา ทำให้เธอต้องสับสนกับชีวิตของตนเอง และต้องเลือกว่าจะใช้ชีวิตในฐานะแม่มดหรือมนุษย์ต่อไป แม้ว่าแท้จริงแล้วเธอแทบจะไม่เลือกทางเหลือก็ตามที

ซาบริน่ายังมีบุกคลิกโดดเด่นคือสติและไหวพริบในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตัวละครแม่มดและพ่อมดในเรื่องมักเชื่อกันว่านี่คือพรสวรรค์ที่เธอรับสืบทอดจากพ่อซึ่งเป็นอดีตพระราชาคณะประจำกรีนเดล ในเรื่องราวเมื่อดำเนินเรื่องไประยะหนึ่ง ซาบรีน่ารู้ตัวอยู่ว่าการที่มีศัตรูคือดาร์กอลร์ดที่มีอำนาจเวทมนต์ยิ่งใหญ่ การจะใช้เวทมนต์ต่อต้านย่อมไม่มีทางทำได้ง่ายๆ เธอจึงคิดที่จะใช้สติปัญหาและหาทางสะสมความรอบรู้กับข้อมูลทุกอย่างที่หาได้เพื่อใช้มันเป็นอาวุธในการต่อต้านดาร์กลอร์ดที่ต้องการนำตัวเธอเข้ามาเป็นข้ารับใช้ให้จงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าแม่มดในเรื่องเองก็คาดไม่ถึง

คู่แม่มดพี่น้อง ป้าที่เลี้ยงดูซาบริน่ามานาน ฉากหน้าเปิดกิจการรับบริการแต่งศพและจัดงานศพ ทั้งสองมีนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เซลด้าเป็นคนเคร่งครัดและศรัทธาต่อดาร์กลอร์ดอย่างเข้มข้น มีความสามารถและรอบรู้ในเวทย์มนต์กว้างขวางมาก ฮิลด้าเป็นคนใจดี ชอบทำอาหาร แม้ว่าจะไม่เก่งเวทมนต์เท่ากับเซลด้า แต่ก็มีความรู้เฉพาะทางที่น่าทึ่งเช่นกัน

โดยปกติแล้ว เซลด้าจะเข้มงวดกับซาบริน่าในเรื่องที่เกี่ยวกับสังคมแม่มด และการเข้าร่วมกิจกรรมของสังคมเวทมนต์ ส่วนฮิลด้าถูกขับไล่จากโบสถ์ของกรีนเดล จึงไม่ได้มีสิทธิออกเสียงอะไรมากนักในสังคมแม่มด แต่เธอก็เป็นคนใจดีที่มักตามใจและเข้าใจซาบรีน่าเสมอ

อีกทั้งแม้ว่าซาบริน่าจะทำอะไรนอกกรอบหรือขัดแย้งกับความคิดของป้าทั้งสองคนหลายครั้ง แต่ถึงที่สุดแล้วพวกเธอก็ยังช่วยเหลือซาบรีน่าในยามคับขันเสมอ

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง เซลด้ามักโหดร้ายกับฮิลด้า แต่ก็เพราะพวกเธอทั้งสองมีชีวิตยืนนานและไม่สามารถฆ่าตายได้ ตรงนี้ก็เป็นตลกที่โหดร้ายในเรื่องพอสมควร

แอมโบรส
จอมเวทย์หนุ่มผิวสี ลูกพี่ลูกน้องของซาบริน่า เขาได้ชื่อว่าเป็นคนขบถ ชอบต่อต้านสังคมเวทย์มนต์ เขาถูกลงโทษจากเรื่องที่วางแผนจะระเบิดวาติกัน จึงถูกกักขังไว้ให้อยู่แต่ในบ้านของครอบครัวสเปลแมนเท่านั้น

แอมโบรสรักและเอ็นดูซาบริน่าเหมือนน้องสาวแท้ เป็นไม่กี่คนในเรื่องที่ซาบรีน่าพร้อมเปิดอกปรึกษาทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องที่ป้าทั้งสองคนไม่เห็นด้วยก็ตาม แอมโบรสยังมีความรอบรู้ในเรื่องเวทมนต์เฉพาะทางที่น่าทึ่งอีกด้วย แอมโบรสยังเป็นตัวละครเกย์ในเรื่อง

ซาเล็ม
แมวดำประจำตัวของซาบริน่า ซึ่งปกติแม่มดพ่อมดทุกคนต้องมีสัตว์ประจำตัวที่เรียกว่า แฟมิเลียร์ ซึ่งเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์ข้างตัว แม้ว่าภายนอกซาเล็มดูจะไม่น่าช่วยอะไรได้ แต่หลายครั้งมันสามารถที่จะพาตัวเองเข้าไปช่วยซาบรีน่าในช่วงที่กำลังลำบากและคอยปลอมประโลมเธอได้

ในต้นฉบับเดิม ซาเล็มเป็นแมวดำพูดได้ ซึ่งมักสร้างเรื่องราวปวดหัวหลายครั้ง แต่ในฉบับของ Netflix เลือกที่จะดัดแปลงให้ซาเล็มและสัตว์ประจำตัวทั้งหมดไม่สามารถใช้คำพูดออกมาได้ แม้ว่าในเรื่อง ซาบรีน่าและป้าของเธอจะสามารถสื่อสารกับมันได้ก็ตาม
เพื่อนๆ ของซาบรีน่า

แฟนหนุ่มของซาบริน่า เป็นคนอ่อนไหว จิตใจดี มีความรักให้ซาบรีน่ามาก แต่มีความขัดแย้งกับพ่อของตัวเองที่เป็นเจ้าของเหมืองในเมืองนี้ เขาสนิทและรักทอมมี่พี่ชายของตนมาก

ที่จริงแล้วตระกูลคินเดิล บรรพบุรุษของเขา เป็นอดีตนักล่าแม่มดที่เคยมีส่วนสังหารแม่มดจำนวนมากและขับไล่ออกไป ซาบริน่าเองก็รู้สึกกังวลว่าควรเปิดเผยความจริงเรื่องตัวตนของเธอให้เขารู้ดีหรือไม่

โรซาลินด์
สาวน้อยผิวสี เพื่อนสนิทของซาบริน่า เป็นคนชอบอ่านหนังสือและเป็นนักกิจกรรมขับเคลื่อนสังคมที่ต้องการต่อต้านความอยุติธรรมในโรงเรียน เธอยังมีความลับคือการสืบทอดพรสวรรค์ลี้ลับจากตระกูลวอค์เกอร์ในการรับรู้สิ่งเหนือธรรมชาติ มองเห็นวิญญาณ และมีนิมิตเห็นอนาคตได้ แต่ก็ต้องแลกกับดวงตาที่จะต้องบอดลง จึงเป็นทุกข์กับเรื่องนี้มาก

ซูซี่
สาวน้อยทอมบอย เพื่อนสนิทของซาบริน่า เป็นกล้าหาญ พยายามต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียนจากการที่ตนถูกล้อเลียนเรื่องภาวะทางเพศ แต่มาได้ซาบริน่าช่วยเหลือไว้ เธอยังสืบเชื้อสายของบรรพบุรุษตระกูลพัทนัมที่เคยช่วยชีวิตเหล่าแม่มดในยุคที่เริ่มตั้งสังคมเอาไว้ รับสืบทอดพลังในการมองเห็นและสื่อสารวิญญาณจากตระกูล

นิโคลัส
พ่อมดหนุ่มในสถาบันจอมเวทย์ ชอบซาบริน่าตั้งแต่ทีแรกที่พบ เขายังได้ชื่อว่าเป็นเพลย์บอยหนุ่มด้วย เคยมีความสัมพันธ์กับพรูเดนซ์และแม่มดสาวๆมากหน้าหลายตามาก่อน นิโคลัสพยายามที่จะชักจูงซาบริน่าให้เอียงเข้าสังคมของจอมเวทย์มากกว่ามนุษย์ แต่ก็คอยช่วยเหลือซาบรีน่าที่สถาบันบ่อยครั้ง

พรูเดนซ์
หญิงสาวผิวสี ที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแม่ในสถาบันเวทย์มนต์ เธอกับพี่น้องเพื่อนหญิงอีกสองคนมีความเป็นอริกับซาบรีน่าอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนแรก แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับในความสามารถและสติปัญญาของเธอด้วย ทำให้บางครั้งก็สามารถร่วมมือกับซาบรีน่าได้

พรูเดนซ์ยังมีความลับที่เจ้าตัวไม่รู้ ซึ่งเกี่ยวโยงกับหลวงพ่อแบล็กวูด ซึ่งจะได้เปิดเผยเมื่อเรื่องดำเนินไประยะหนึ่ง

วอร์ดเวลล์
แม่มดผู้ทรงอำนาจ ที่เข้ามาเป็นครูในโรงเรียนของซาบริน่า ที่จริงแล้วเธอได้รับคำสั่งจากดาร์กลอร์ดให้เข้ามาใกล้ชิดอยู่กับเธอเพื่อเป้าหมายบางอย่าง วอร์ดเวลล์ในสมัยอดีตเคยมาทำงานให้กับพ่อของซาบรีน่ามาก่อน เธอมีความรอบรู้ในเวทมนต์มหาศาล แม้แต่ปีศาจก็ยังรู้จักชื่อและพลังอำนาจของเธอ สำหรับตัวตนแท้จริงและเป้าหมายของเธอเป็นหนึ่งในปริศนาในเรื่องว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นมิตรหรือศัตรูของซาบรีน่ากันแน่
หลวงพ่อแบล็กวูด

ประมุขของโบสถ์แห่งราตรีคนปัจจุบัน เป็นคนที่เคร่งครัดและศรัทธาในดาร์กลอร์ดอย่างสุดขั้ว เขาทำตามประสงค์ที่ต้องการดึงตัวซาบริน่ามาเข้าร่วมสถาบันเวทย์มนต์ เคยมีความสัมพันธ์กับพ่อของซาบรีน่ามาก่อน แล้วยังมีความสัมพันธ์ลับๆกับเซลด้าด้วย

ถ้าเปรียบเทียบกับซีรีส์ ซาบริน่า ยุค 90 จะมีธีมการเล่าเรื่องในแบบสดใส วัยรุ่น เรื่องราวรักใคร่ ตลกคอเมดี้ กับแนว Coming of Age ส่วนในเวอร์ชั่น Netflix ซีรีส์เลือกที่จะนำเสนอในแบบโคตรดาร์ก ดิบ 18+ แถมนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมที่รุนแรง กล้าเล่นกับประเด็นละเอียดอ่อนทางสังคมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง Bully ในโรงเรียน การเหยียดผิว เหยียดเพศที่สาม ปัญหาชนชั้น การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ความแตกต่างทางศาสนา ความเชื่อ ไปจนถึงประเด็นการเมืองในท้องถิ่น เรียกว่าเรื่องที่ไม่น่าเล่นหรือเรื่องทางสังคมที่ละเอียดอ่อน เรื่องนี้เอามานำเสนอหมด แถมเลือกเล่าในแบบที่รุนแรงด้วย

แล้วหากจะให้คำนิยามอย่างหนึ่งที่ทำให้ Sabrina Chilling Adventure Sabrina ซีรีส์แม่มดวัยรุ่นเรื่องนี้น่าติดตาม และทำได้ดีเกินคาดก็คือ เป็นซีรีส์ที่มีความกล้าที่สะท้อนสังคมและโลกจริงในแบบโคตรดาร์ก แม้ว่าฉากหน้าจะเป็นเรื่องราวของแม่มดสาววัยรุ่น แต่ถ้าดูไปเรื่อยๆจะพบว่าเนื้อหาและการเล่าเรื่องราวข้างในมันมีความเรียล ดาร์ก ดิบ อยู่ในระดับที่ซีรีส์แนวซีเรียสจริงจังหรือสะท้อนสังคมบางเรื่องก็ยังไม่กล้าตีแผ่ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

อีกทั้งเรื่องนี้ยังมีหลายตอนที่จงใจตั้งคำถามและตีแผ่สังคมตะวันตกในหลายแง่มุมชนิดถึงแก่น โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อที่แตกต่างกันในด้านศาสนา ไปจนถึงความเชื่อในระดับสังคม ท้องถิ่น และชุมชน ที่ผู้คนล้วนมีความศรัทธาที่แตกต่างกันแล้วต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ในเมื่อทุกคนต่างก็มีความเชื่อของตนเอง แล้วมันจะผิดตรงไหน แต่ที่เป็นปัญหาคือ ทุกฝ่ายต่างนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อดูถูกหรือทำลายล้างอีกฝ่ายที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ชาติพันธุ์ ลักษณะทางกายภาพ ภาวะทางเพศ ซึ่งในเรื่องนี้ ได้เอาความแตกต่างระหว่าง มนุษย์ และแม่มด มาใช้เป็นธีมหลัก

รวมถึงในเรื่องยังมีย้อนกลับไปเล่นเรื่องการล่าแม่มดที่เป็นบาปร้ายของคริสต์จักรและชาวคริสต์ในยุคกลาง และสังคมชาวตะวันตกเมื่อแรกเริ่มก่อตั้งชุมชนในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งด้วย ว่าบาปของบรรพบุรุษเหล่านั้นมันส่งผลต่อเนื่องมาถึงคนรุ่นหลังได้มากขนาดไหน เพราะสาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้สังคมแม่มดและพ่อมดไม่ต้องการเปิดเผยตัวหรือข้องเกี่ยวกับสังคมมนุษย์มากนัก ก็เพราะเรื่องการล่าแม่มดที่เคยเกิดขึ้นในกรีนเดลในเรื่องนั่นเอง

มีประโยคหนึ่งที่ซาบริน่า โดนพรูเดนซ์ถามใส่หน้าว่า

“ศรัทธาในดาร์กลอร์ดของฉันแตกต่างจากศรัทธาในแฟนหนุ่มของเธอตรงไหน”

“ทำไมคิดว่าศรัทธาของเธอจึงมีเหตุผลมากกว่าของฉัน”

ในฉากนี้ ซาบริน่าไม่สามารถโต้ตอบได้ทันที เพราะลึกๆแล้วเธอเองก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัว ฮาร์วย์ แฟนหนุ่มของเธอเต็มร้อย ว่าเขาจะสามารถรับได้ในความลับที่เธอเป็นแม่มด แล้วเอาจริงๆคือในตอนที่ 1 ซาบรีน่าทดสอบเปิดเผยตัวเองกับฮาร์วีย์ แล้วผลก็คือเขารับไม่ได้ ทำให้เธอต้องใช้คาถาทำให้เขาลืมความทรงจำในช่วงนั้นออกไป แต่สุดท้ายแล้วภายหลังเธอจะตัดสินใจเสี่ยงเปิดเผยตัวตนอีกรอบ หลังจากตัวฮาร์วีย์เองก็เผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดและพิสดารต่างๆมากขึ้น ได้เผชิญหน้ากับปมปัญหาบางอย่างในครอบครัว ที่ทำให้เขามีมุมมองความคิดเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ยังมีการสะท้อนเรื่องของการมองคนที่แตกต่างจากตนเอง การผลักคนกลุ่มน้อย คนที่แตกต่าง หรือคนตัวเล็กในสังคมออกไปจากการยอมรับของสังคมกลุ่มใหญ่ด้วย

จุดน่าที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แท้จริงแล้วนี่เรื่อง Chilling Adventures of Sabrina เป็นซีรีส์ที่แตก Spin-off ออกมาจากเรื่อง Riverdale ซีรีสวัยรุ่นแนบสืบสวนลี้ลับชื่อดังของ Netflix ซึ่งในเรื่องมีการระบุไว้ชัดเจนว่า เมืองที่พวกซาบรีน่าอยู่ ก็คือเมืองเดียวกันกับเมืองที่พวกตัวเอกในเรื่อง Riverdale อาศัยอยู่นั่นเอง

โดยภาพรวมแล้ว แม่มดสาว ซาบริน่า จัดว่าเป็นซีรีส์แนวดาร์กแฟนตาซีแบบ Comin og Age ที่มีเนื้อหาสนุกน่าติดตามขึ้นเรื่อยๆทุกตอน ไม่ใช่แฟนตาซีสายสดใสมากนัก บางตอนดาร์กแบบมืดสุดกู่เลยก็ว่าได้ แต่เรื่องราวก็นำเสนอโดยชูการมีความหวัง และแสดงให้เห็นว่าคนเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ ถ้าใช้สติปัญญาและความกล้าหาญ กับการหาพันธมิตรมากพอ แบบในเรื่องที่ตัวซาบรีน่าเองแม้ว่าจะเป็นแม่มด แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องเวทมนต์ตั้งแต่แรก กลับใช้สติปัญญา และความกล้าหาญ การคิดนอกกรอบ จิตใจที่เข้มแข็ง ไปจนถึงการรู้จักเอาใจใส่จิตใจของคนอื่น แม้แต่คนที่คิดไม่เหมือนกันให้มาเป็นพันธมิตรได้ ถ้าจำเป็น จึงเป็นตัวเอกที่คนดูจะเอาใจช่วยและชอบได้ไม่ยากเลย เรียกว่าความสวยน่ารักของนักแสดงจะเป็นจุดเด่นรองไปเลยเมื่อเราเริ่มดูในเรื่องไปสักระยะ